วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

ลักษณะแมวมงคล




แมวไทยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแมวทีสวยงาม และฉลาดที่สุดในโลกสายพันธุ์หนึ่งทีเดียว ไม่รู้ว่าใครเป็นคนว่าไว้
ทว่าแมวไทยนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่ผู้เลี้ยงแมวคนไทยซักเท่าไหร่ ผู้ที่สนใจจะเป็นชาวต่างชาติซะส่วนมาก
ว่ากันว่าแมวไทยที่สืบสายพันธุ์จากแมวไทยโบราณจะมีขนาดตัวปานกลาง รูปร่างเพรียว หางเรียว หน้าสั้น หูตั้งสั้น ขาสั้นเรียวได้สัดส่วน ขนนุ่ม และมีนิสัยรักอิสระ แต่จงรักภักดีต่อเจ้านาย
ตามตำราวิธีดูแมว จากสมุดข่อยโบราณวัดอนงคาราม และตำราดูลักษณะแมวมงคล
ระบุลักษณะแมวที่ดีเอาไว้ ๑๗ ชนิด
จะแบ่งจากสีและตำแหน่งลายแต้มต่างๆบนตัวแมว
โดย(ว่ากันว่า)ในสมัยก่อนแมวเหล่านี้มีมูลค่าสูงมาก
เลี้ยงกันเฉพาะในราชสำนัก หรือหมู่เจ้านายชั้นสูงเท่านั้น...

ทั้ง ๑๗ ชนิดนั้นได้แแก่..

๑/ วิลาศ
(ภาพประกอบวาดเอง กร๊าก ฉ่อยไปนิด ขออภัย)
ราวคอทับถงาดท้องสองหู
ขาวตลอดหางดูดอกฝ้าย
มีเสวตรสี่บาทตรูสองเนตร์ เขียวแฮ
งามวิลาศงามคล้ายโภคพื้นกายดำ

 แมวชนิดนี้ ดวงตาทั้งคู่เป็นสีเขียว บริเวณคอจนถึงท้อง เท้าทั้งสี่ข้าง และใบหูจรดหางเป็นสีขาวเหมือนดอกฝ้าย บนพื้นสีดำ
แม้ใครใคร่เลี้ยงโดยหมายจักได้เป็นนายผู้ใหญ่เลื่อนถานา
ศฤงคารโภคาทรัพย์สินจักมาเนืองๆบริบูรณ์พูลมี
เชื่อว่าเลี้ยงแมวชนิดนี้ จักได้เป็นเจ้าคนนายคน มีทรัพย์สินมากมาย

๒/ นิลรัตน์

สมยารามชาติเชื้อนิลรัตน์
การดำสิทธิสามรรถเลิศพร้อม
ฟันเนตรเล็บลิ้นทัตนิลคู่ กายนา
หางสุดเรียวยาวน้อม                 นอบโน้มเสมอเศ


เป็นแมวดำที่ดำทั้งตัว คือดำทั้งตัวจริงๆ นอกจากดวงตาที่เป็นสีเหลืองแล้ว ทั้งขน เล็บ ลิ้น ฟัน เป็นสีดำหมด เวลานอนขด หางสามารถตวัดมาได้ถึงหัว


เชื่อว่าคงจะไม่มีจริง หรือถ้ามีจริงก็หายากมาก
ย่อมมีคุณเอนกาศฤงคารโภคา
จะเนื่องเป็นนิจบริบูรณ์
เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะร่ำรวยมีทรัพย์สินมากมาย ปราศจากภยันตราย

๓/ นิลจักร
นิลจักรบอกชื่อช้อยลักษณา
กายดุจกลปีกกาเทียบแท้
เสวตรอบรัดกรรฐาโดยที่
เนาประเทศได้แม้
ดั่งนี้ควรถนอม
แปลตรงๆตัวคือ ชื่อนิลจักร ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสีดำ แมวชนิดนี้ ทั้งตัวมีสีดำสนิทดุจปีกกา แต่บริเวณรอบคอ จะมีขนสีขาวโดยรอบเหมือนใส่สร้อย เป็นแมวที่มีค่ามากมาย
กายดำคอขาวรอบขน
ใครเลี้ยงเกิดผล ทรัพย์สินสมบัติมากมี
ใครเลี้ยงแมวชนิดนี้ จะมีทรัพย์สมบัติมากมาย

๔/ เก้าแต้ม
สลับดวงคอโสตรัตต้นขาหลัง
สองไหล่กำหนดทั้งบาทหน้า
มีโลมดำบดบัง ปลายบาทสองแฮ
เก้าแห่งดำดุจม้าผ่านพื้นขาวเสมอ
แปลภาษากลอนออกมา คือเป็นแมวขาวที่มีแต้มสีดำตามตัว รวมทั้งหมดเก้าแต้มด้วยกัน ส่วนห้าแต้มมันมาคู่กับขายหน้า ขำมั้ยล่ะนั่น....
แต้มทั้งเก้าต้องอยู่ตรงตามตำแหน่งที่ตำราระบุด้วยนะถึงจะถือว่าของแท้ ได้แก่
บริเวณคอ = ๑ แต้ม
ตรงหน้า (แถวๆโคนหู หน้าผาก) = ๑ แต้ม
ต้นขาหลังทั้งสองข้าง = ๒แต้ม
ไหล่สองข้าง = ๒ แต้ม
เท้าหน้าสองข้าง = ๒ แต้ม
ท้ายลำตัว (น่าจะประมาณโคนหาง) = ๑ แต้ม
๑+๑+๒+๒+๒+๑ = ๙ แต้มพอดี ถ้าดอกเดียวกันหมดก็สองเด้ง...จะขำไปไหน
เสมออย่างม้าเทพมีศรี
แม้นใครเลี้ยงดี ค้าขายจะได้โภคา
เชื่อว่าแมวชนิดนี้ ถ้าเลี้ยงให้ดีๆ ผู้เลี้ยงจะรุ่งเรืองด้านการค้า

๕/ มาเลศ หรือ ดอกเลา หรือ แมวโคราช หรือแมวสีสวาด
วิฬาร์มาลาศพื้นพรรณกาย
ขนดังดอกเลารายเรียบร้อย
ตาดั่งน้ำค้างย้อยหยาดต้องสัตบง
โคนขนเมฆมอปลาย
ปลอมเสวตร
รู้สึกเจ้าตัวนี้จะมีหลายชื่อเหลือเกิน
จากกลอนระบุลักษณะเอาไว้ว่า เจ้าแมวชนิดนี้เป็นสีดอกเลา หรือที่เรียกกันว่า สีสวาด
โคนขนจะเป็นสีเมฆเวลาพยับฝน ส่วนปลายขนเป็นสีขาว ดวงตาเป็นประกายเหมือนน้ำค้างต้องกลีบบัว แมวชนิดนี้จะมีตาสีเขียว หรือสีเหลืองอมเขียว
(สารภาพจากใจ เรานึกว่าสีสวาด คือสีประมาณแมววิเชียรมาศมาตลอด เพิ่งรู้ว่ามันหมายถึงสีเทาๆแบบนี้นี่เอง)
ใครพบเร่งให้อุปถัมภ์ แมวนั้นจักนำซึ่งสุขสวัสดิ์มงคล
แปลว่าถ้าพบก็อุปถัมป์มันซะ แมวจะทำให้เกิดสุขสวัสดิ์มงคล แปลแบบนี้เหมือนไม่ได้แปล ไม่แปลน่าจะประหยัดพลังงานกว่า - -''
เอ้าตัวต่อปาย

๖/แซมเสวตร
ขนดำแซมเสวตสิ้นสรรพางค์
ขนคู่โลมกายบางแบบน้อย
ทรงระเบียบสำอางเรียวรุ่นห์ งามนา
ตาดั่งแสงหิ่งห้อยเปรียบน้ำทองทา
ตามชื่อของแมวตัวนี้ แปลว่า แซมขาว นั่นคือขนทั้งตัวนี้จะเป็นสีดำแซมขาวตลอด รูปร่างเพรียวบาง ดวงตาดั่งแสงหิ่งห้อย ชิ้งๆ
เลี้ยงดีมีคุณนักหนา จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญอย่าแคลงสงสัย
แปลได้ว่ารีบๆหามาเลี้ยงซะนะ เป็นแมวที่ให้คุณ ข่าวดีคือแมวชนิดนี้เพิ่งถูกพบตัวเป็นๆหลังจากที่มีเพียงแต่ภาพในสมุดข่อยมาเนิ่นนาน ข่าวร้ายคือมันมีแค่ตัวเดียว...

๗/รัตนกัมพล
สมยากาเยศย้อมสีสังข์
ชื่อรัตนกำพลว่าไว้
ดำรัดรอบกายจังหัวดอก หลังนา
ตาดังเนื้อทองได้หกน้ำเนียรแสง
อาจจะรู้สึกคุ้นๆกัน สำหรับคนที่เคยอ่านเรื่อง "แมวข้าวปั้น"
เจ้าแมวชนิดนี้เป็นแมวขาว ในโคลงบอกว่าขาวเหมือนสังข์ มีลายสีดำรัดกลางลำตัวเป็นสายคาด และดวงตาเป็นสีเหลืองเหมือนทองเนื้อดี สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านแมวข้าวปั้นลองไปหา่อ่านดู เล่มเล็กๆน่ารักและราคาก็ไม่แพงด้วย :D (โปรโมทหนังสือให้เค้าซะงั้น )
(ทำหนังสือหายไปแล้ว T T ใครพบโปรดแจ้ง)
ใครเลี้ยงไว้จักมียศถามีเดชานุภาพแก่คนเกรงกลัว
เลี้ยงแมวชนิดนี้ไว้ จะมีอำนาจให้คนยำเกรง โอ้ว

๘/วิเชียรมาศ
ปากบนหางสี่เท้าโสตสอง
แปดแห่งดำดุจปองกล่าวไว้
ศรีเนตรดั่งเรือนรองนาคสวาดิ ไว้เอย
นามวิเชียรมาศไซร้สอดพื้นขนขาว
ขนสีครีมไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน มีแต้มสีน้ำตาลไหม้หรือน้ำตาลเข้มๆ ในโคลงบอกว่าพื้นขาวแต้มดำ แต้มมีทั้งหมดแปดแห่งด้วยกันคือ หน้า หาง หูทั้งสอง เท้าทั้งสี่ ถ้ารวมที่อวัยวะเพศอีกแห่งก็จะนับเป็นเก้า ดวงตาสดใส ตาสีฟ้า
สำหรับเจ้าแมวชนิดนี้ก็เป็นที่รู้จักกันดี แล้วก็เป็นแมวที่เราปลื้มมาก แอร๊ย
ต่างชาติได้นำไปจดทะเบียนและปรับปรุงสายพันธุ์มากมาย จะรู้จักกันในชื่อ "Siamese Cat"
ส่วนชื่อไทย วิเชียรมาศ หมายถึง แก้วแห่งดวงจันทร์...เอ๊ะ แต่มันต้องแปลจากหลังมาหน้า
หรือจะเป็นพระจันทร์แห่งดวงแก้ว...หรือพระจันทร์แก้ว
(ใครทราบโปรดเฉลย อยากรู้)
มีคุณยิ่งล้ำหนักหนา จักนำโภคาพิพัฒน์สมบัติเพิ่มพูล
เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วดี จะร่ำรวย

๙/ศุภลักษณ์ หรือ ทองแดง
วิลาศุภวักษณ์ล้ำวิลาวรรณ
ศรีดังทองแดงฉันเพรศแพร้ว
แสงเนตรเฉกแสงพรรณโณภาษ
กรรษสรรพโทษแล้วสิ่งร้ายคืนเกษม
แมวเหมียวสีทองแดง หรือสีน้ำตาลแดง หรือสีสนิม นั่นเอง บริเวณหาง หู หน้า และปลายขา อาจมีสีเข้มกว่าส่วนอื่นๆ จดทะเบียนในชื่อแมวพม่า (Burmese Cat) แต่(คนไทย)เชื่อกันว่าถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยศึกพร้อมกับบรรดาเจ้านายบางส่วนในสมัยอยุธยา ในปัจจุมันมีอยู่น้อยในประเทศไทย แต่ทางตะวันตกรู้จักกันแพร่หลาย
ใครเลี้ยงจักได้ยศถา ยิ่งพ้นพรรณนาเป็นที่อำมาตย์มนตรี
เชื่อว่าสามารถขจัดสิ่งร้ายให้เป็นดีได้ หากใครเลี้ยงก็จะ้มียศฐาบรรดาศักดิ์

๑๐/มุลิลา
เหลือบดูนิดนึง เรามาเกินครึ่งทางแล้วพี่น้อง...เดี๋ยวยิ่งพิมพ์มันจะยิ่งขี้เกียจ
มุลิลาปรากฏแจ้งนามสมาน
ใบโสตสองเสวตรปานปักล้วน
ศรีตาผกาบานเบญจมาศ เหลืองนา
หางสุดโลมดำถ้วนบาทพื้นกายเศียร
แมวเหมียวชื่อมุลิลา เป็นแมวดำตั้งแต่หัวจรดปลายหาง ยกเว้นเพียงหูสองข้างที่เป็นสีขาว ดวงตาเหลืองเหมือนดอกเบญจมาศ
หนึ่งด่างสองหูโดยหมาย ตำราท่านทาย ว่าควรจะเลี้ยงแต่สงฆ์ เล่าเรียนสิ่งใดมั่นคง มิได้ลืมหลงสำเร็จดังความปรารถนา
ตำราท่านว่าไว้ เจ้าแมวชนิดนี้ พระสงฆ์ควรจะเลี้ยง
ช่วยให้มีจิตใจตั้งมั่นในการเล่าเรียนไม่ออกนอกลู่นอกทาง เล่าเรียนสำเร็จตามปรารถนา (..ละมั้ง)

๑๑/กรอบแว่น หรือ อานม้า
หนึ่งนามกรอบแว่นพื้นเสวตรผา
ขนดำเวียนวนตาเฉกย้อม
เหนือหลังดั่งอานอชาชาติ
งามดั่งวงหมึกพร้อมอยู่ด้าวใดแสวง
แมวชื่อกรอบแว่น หรืออานม้านี้ เป็นแมวสีขาว มีขนสีดำเป็นวงรอบตา(เหมือนใส่แว่น) และมีลายสีดำบนหลัง (เหมือนอานม้า) รู้สึกว่า มันน่ารักดีนะเนี่ย...
ตีค่าแสนตำลึงทอง ใครเลี้ยงจะนำเกียรติยศมาให้เจ้าของ
มีค่าเท่ากับแสนตำลึงทอง!!!! (ใครเทียบเป็นหน่วยปัจจุบันให้ที..) เจ้าของจะมีเกียรติยศ...

๑๒/ ปัดเสวตร
ปัศเวตลักษณะนั้น ปลายนาษาฤา
ขาวตลอดหางหายากพร้อม
รลุมเฉกสลับตา กายเพชรเดียวแฮ
ตาดั่งคำซายล้อม
บุศย์น้ำพลอยเหลือง
แมวปัดเสวตร หรือ ปัศเวต พื้นขนจะเป็นสีดำ มีลายสีขาวพาดตั้งแต่ปลายจมูกไล่ตามหลังไปจนถึงปลายหาง (ยังกับตัวสกั๊งค์ *0*) ดวงตาเหมือนบุษราคัม
หนึ่งด่างปัดตลอดสอดสี ตำราว่าแมวดี ใครเลี้ยงจักยิ่งตระกูล
อันนี้ไม่แน่ใจนะ แต่รู้สึกว่า เป็นแมวดำ เลี้ยงแล้วจะนำชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล?
(เด็กไทยทำไมภาษาไทยอ่อนแอ...)

๑๓/การเวก
มีนามการเวกพื้นกายดำ
ศรีศรลักษณนำแนะไว้
สองเนตรเลื่อมแสงคำคือมาศ
ด่างที่นาสาไซร้เสวตรล้อมรอบเสมอ
แมวที่ชื่อการเวก เป็นแมวพื้นดำอีกแล้ว
ดำทั้งตัวไม่มีอื่นเจือนอกจากบริเวณจมูกเพียงตำแหน่งเดียวที่มีสีขาวล้อมรอบ
ดวงตาเป็นประกายแสงเหมือนดวงจันทร์
ใครเลี้ยงไว้ได้จักถานา ในเจ็ดเดือนตราพระยาจะให้ลาภหลาย
คนที่เลี้ยงแมวชนิดนี้ จะได้ยศได้ลาภมากมาย

๑๔/จตุบท
จตุบทหมดเกศน้อม นามแสดงไว้นา
โลมสกลการแสงหมึกคล้าย
สี่บาทพิศเลห์แลงลายเสวตร
ตาเลื่อมสีเหลืองคล้ายดอกแย้มนางโสน
แมวชื่อจตุบท ทั้งตัวเป็นสีดำสนิทเหมือนหมึก เว้นแต่เท้าทั้งสี่ข้างเป็นสีขาวจั๊วะ ดวงตาสีเหลืองราวกับดอกโสน
ว่าแต่สังเกตไหมว่ารูปแมวมันเป็นรูปเดิมๆที่จับมาพลิกซ้ายพลิกขวา
(ไม่สังเกตก็แปลกแล้ว...)
หนึ่งสี่เท้าด่างขบขัน ท่านว่าควรกัน ให้เลี้ยงแต่ราชินิกูล แมวนั้นย่อมจะให้คุณ
ว่ากันว่าแมวชนิดนี้ถ้าเลี้ยงโดยราชนิกูลจะให้ประโยชน์ นี่มันแบ่งแยกชนชั้นนะ!!
(เริ่มเสียสติ มาว่ากันต่อ..)

๑๕/ สิงหเสพย์ หรือโสงหเสพย์
เสนาะโสงหเสพยชื่อเชื้อดำกาย
ขาวที่ริมปากรายรอบล้อม
เวียนเถลิงศอสังข์ปลาย ณาษิกอยู่แฮ
ตาดั่งศรีรงย้อมหยาดน้ำจางแสง
แมวดำอีกราย
แมวชื่อสิงหเสพย์หรือโสงหเสพย มีสีขาวล้อมรอบริมฝีปาก ไปจนถึงคอและจมูก นอกจากนั้นแล้วสีดำ
ดวงตาเป็นสีเหลือง
กายดำคอขาวรอบขน ใครเลี้ยงไว้เกิดผล ทรัพย์สินสมบัติมากมี
ให้คุณในด้านทรัพย์สมบัติ ร่ำรวยๆ

๑๖/กระจอก
มีนามกระจอกนั้น ตัวกลมงามนา
การดำศรีสรรพสมสอดพ้น
ขนขาวเฉกเมฆลม ลอยรอบปากแฮ
ตาประสมสีชื้นเปรียบน้ำรงผสาน

แมวชื่อกระจอก มีลักษณะเด่นคือตัวกลม ในที่นี้คงไม่ได้หมายถึงถีบทีก็กลิ้งหลุนๆเป็นลูกชิ้น แต่น่าจะหมายถึงแมวหน้าตาสุขภาพดีมีข้าวกินอิ่มหนำมากกว่า
ลักษณะเด่นของแมวกระจอกคือ ตัวเป็นสีดำ มีขนสีขาวเหมือนเมฆรายล้อมรอบๆปาก ตาสีเหลืองเป็นประกาย
จะได้ที่แดนไร่นา ทรัพย์สินโภคา ถ้าเป็นไพร่ก็จักได้เป็นนาย
แมวชนิดนี้ เลี้ยงไว้จะนำมาซึ่งทรัพย์สินที่ดิน ถ้าเราเป็นเพียงสามัญชนก็จะได้เป็นเจ้าคนนายคน

๑๗/โกนจา
กายดำคอสุดท้องขาขนเลเอียดเฮย
ตาดั่งสีบวบกลดอกแย้ม
โกนจาพนนิพนธ์นามกล่าว ไว้นา
ปากแลหางเรียวแฉล้มทอดเท้าคือสิงห์
เรียกอีกอย่างว่าดำปลอด ขนทั้งตัวเป็นสีดำละเอียดไม่มีสีอื่นแซม ดวงตาทั้งคู่เป็นสีเหลือง
ปากเรียวหางเรียว เป็นแมวที่มีลักษณะสง่างาม ยามเดินเดินอย่างสิงโต
แมวนี้เลี้ยงดี มีคุณหนักหนา เร่งหามาเลี้ยง เทอญอย่าแคลงสงสัย
แปลได้ว่า เป็นแมวที่ดีและมีคุณ ควรค่ากับการน้ำมาเลี้ยงดู

แล้วก็หมดไปแล้วสำหรับแมวไทยมงคลทั้ง ๑๗
ในปัจจุบัน แมวเหล่านี้เหลือให้ดูแค่เพียงห้าชนิดเท่านั้น คือ ศุภลักษณ์ วิเชียรมาศ โกนจา มาเลศ และ แซมเสวตร
นอกจากนั้น(ว่ากันว่า)ได้ผสมกับสายพันธุ์อื่นจนลูกหลานกลายเป็นพันธุ์ทางไปหมดเสียแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น