วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในกิจกรรมลุ้นได้ทองพร้อมได้บุญกับ Frontline ครั้งที่ 1



ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่ 1     ได้ีัรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 1 เส้น(สำหรับผู้ส่งลุ้นทอง)  ได้แก่

ด.ญ. วิสสุตา  โมรานอก    
283/8 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง 21160 


ร้านค้าที่ได้รับสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 1 เส้น  ได้แก่

บ้านเพรักษาสัตว์
283/8 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง 21160 


เงินบริจาก 5000 บาท สำหรับองค์กรการกุศล ได้แก่

 มูลนิธิผู้ประสบภัยน้ำท่วม



ผู้โชคดีรางวัลที่ 2   ได้ผลิตภัณฑ์ Frontline  1 ปี มี 5 รางวัล  ได้แก่

  1. คุณศศิธร  จิตรโกศล   4/8 ม. 17 ตรอก อ.บางซื่อ ต.บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 
  2. คุณโสภิตา  บุญเส็ง    110/164 ม.11 สวนจันทร์ ต.พลับพล อ.เมือง จ.จันทรบุรี       
  3. วัชรพลสัตว์แพทย์       36/16 ถ. สุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ   
  4. คุณเศรษฐวุฒิ แสนจ้ำ  56/98 ม.5 ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี                     
  5. คุณพรเพ็ญ มาระริชะโย 50 รพส ม.เกษตร ถ.พหลโยธิน แขวง ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ   


             

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่ควรทำในการอพยพสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง




เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก SOS ANIMALS Thailand

          ในภาวะคับขันช่วงน้ำท่วมเช่นนี้ ทำให้หลายพื้นที่มีการสั่งเร่งอพยพประชาชนกันให้วุ่น ซึ่งแน่นอนว่าขณะนี้ทุกคนควรจะมีการเตรียมตัวล่วงน้ำ เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากที่อาจจะมาถึงบ้านเราได้โดยไม่คาดคิด แต่สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักไม่ว่าจะกี่ตัวก็ตาม คงจะเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ก็เนื่องจากในช่วงชุลมุนเช่นนี้ คงทำให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงพลัดหลงกันได้ง่าย ดังนั้น วันนี้เราจึงมีข้อแนะนำในการอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เจ้าของสามารถติดตามสัตว์เลี้ยงกลับมาได้ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ มาฝากกันค่ะ...

          สิ่งที่ควรทำในการอพยพ สำหรับคนเลี้ยงสัตว์


 กรณีที่นำสัตว์ไปด้วยได้

1. ป้ายชื่อที่มีชื่อและเบอร์ติดต่อเจ้าของ ปลอกคอ และต้องใส่กรง หรือนำสายจูงไปด้วย
2. รับรองวัคซีน
3. อาหาร น้ำ ให้พอสำหรับช่วงเวลาสองหรือสามวัน
4. เจ้าของควรมีรูปสัตว์เลี้ยงติดตัวไว้ เผื่อพลัดหลง


 กรณีที่นำสัตว์ไปไม่ได้

1. นำไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดของบ้าน ห้ามล็อคห้อง ใส่กรง หรือล่ามโซ่
2. ใส่ปลอกคอที่มีชื่อหมาหรือเบอร์โทรเจ้าของ
3. เตรียมอาหาร และน้ำให้มากพอ
4. เขียนชื่อสัตว์ และเจ้าของพร้อมเบอร์ติดต่อ ข้อความที่จำเป็นไว้ในที่ที่ชัดเจน ให้อ่านชัด ๆ เห็นได้ง่าย และ **ควรมีรูปสัตว์เลี้ยง นำติดตัวเจ้าของไปด้วย**
5. เอาผ้าสีสด ๆ ผูกไว้ในตำเหน่งที่มองเห็นได้ชัดไกล ๆ เผื่อทีมช่วยเหลือเข้าไป จะได้สังเกตเห็นและเข้าไปช่วยเหลือได้


 ศูนย์อพยพ ที่รับสัตว์ร่วมได้ (แต่ต้องเตรียมกรงไปด้วย)

- ศูนย์ มธ.รังสิต
- ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ



















ขอบคุณข้อมูลจาก  pet.kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

5 สิ่งต้องห้ามสำหรับเจ้าตูบ






          บรรดาคนรักหมาทั้งหลาย มักจะชอบหยิบยื่น อาหาร และเครื่องดื่มที่ตัวเองชอบให้น้องหมาได้ลิ้มลองบ้าง โดยหารู้ไม่ว่า อาหารรสโอชาของคนนั้นอาจเป็นพิษต่อเจ้าตูบจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

          ทั้งนี้ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร สัตวแพทย์ชื่อดัง ได้เผย 5 รายการที่เจ้าตูบห้ามแตะต้อง (กิน) เป็นอันขาด ดังต่อไปนี้

          1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

          บางคนหยิบยื่นแอลกอฮอล์ให้สุนัขกินเพื่ออยากรู้ปฏิกิริยาว่าเวลาเมา น้องหมาจะเดินโต๋เต๋เหมือนอย่างคนหรือไม่ แน่นอนค่ะ หากคุณลองให้สุนัขกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเขาจะเดินไม่ตรงทางเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมาก ฤทธิ์ของเอทานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้สุนัขตื่นเต้น หายใจช้าลง หัวใจเต้นช้าลง หรืออาจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้เลยล่ะ...อย่าลืมว่า น้องหมาตัวเล็กกว่าคน ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงน้อยนิด ก็เป็นพิษต่อเขาได้มากแล้ว

          2. ผลไม้ฝรั่ง 

          อันได้แก่ แอปเปิ้ล แอปริคอท เชอร์รี่ พีช และพลับ ผลไม้ในกลุ่มนี้จะมีสารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข หากกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้อาหารเป็นพิษ สุนัขจะมีอาการม่านตาเบิกโพรง หายใจลำบาก น้ำลายไหลย้อย และถึงขั้นช็อก

          3. อโวคาโด้ 

          สารเปอร์ซินในอโวคาโด้ เป็นพิษต่อสุนัข ทำให้หายใจลำบาก ท้องบวมป่อง มีน้ำขังในช่องอก ช่องท้อง และถุงรอบหัวใจ ดังนั้น ห้ามกินเด็ดขาด

          4. ผงฟู หรือโซดาทำขนมปัง 

          สารชนิดนี้มีก๊าซที่จะส่งผลต่อความผิดปกติของระดับอิเลคโตรไลท์ในร่างกายสุนัข อาจเกิดภาวะเลือดคั่งในหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจเกร็งตัว และถึงตายได้

          5. ช็อกโกแลต 

          เป็นที่รู้กันดีว่า ช็อกโกแลต ไม่เป็นมิตรกับชีวิตสุนัขเลย แม้ว่าเขาจะส่งสายตาอ้อนวอนสักแค่ไหน ก็ไม่ควรใจอ่อนเด็ดขาด เพราะปริมาณทรีโอโบรมีนและคาเฟอีนในช็อกโกแลตต่าง ๆ มีความเสี่ยงต่อความเป็นพิษสูง มักทำให้สุนัขตื่นเต้น กลัว ชัก หมดสติ ฯลฯ

          เอ้า...บ้านไหนที่เลี้ยงน้องหมา ก็อย่าลืมย้ำเตือนทุกคนในบ้านกันด้วยนะคะ เพราะบางทีเรารู้ แต่สมาชิกในบ้านอาจไม่รู้และเผลอหยิบยื่นอันตรายให้กับน้องหมาแสนรักได้



ขอบคุณข้อมูลจาก pet.kapook.com

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กำจัดหมัด(แมว) ให้อยู่หมัด


กำจัดหมัด ให้อยู่หมัด การควบคุมและป้องกันหมัดสำหรับเจ้าเหมียว 

           คุณเคยพบสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งอยู่ภายใต้ขนนุ่ม ๆ ของเจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้านบ้างหรือเปล่า เจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วตัวนี้ กินเลือดจากเจ้าเหมียว และยังสร้างความเจ็บปวดคันยุบยิบน่ารำคาญ หลายคนที่เคยเจอคงร้องอ๋อ เพราะนี่คือ "หมัด (flea)" ที่ยังสร้างปัญหาให้กันแมวและเจ้าของแมวอยู่เสมอ

           ไม่เพียงแต่เป็นปรสิตจอมกระหายเลือดเท่านั้น มันยังสามารถกระโดดไปซุกซ่อนตัวอยู่ภายใต้พรมนุ่มภายในบ้านของคุณได้ด้วย (คุณทราบหรือไม่ว่าหมัดสามารถกระโดดสูงถึง 33 เซนติเมตร ได้ในครั้งเดียว) แต่ปัญหาหมัดก็สามารถจัดการให้อยู่หมัดได้ไม่ยากอย่างที่คิด

           หมัดที่เป็นปรสิตบน แมว สุนัข และมนุษย์ คือ Ctenocephalides felis ถ้าคุณสังเกตพบอาการคันในแมวที่คุณเลี้ยง แต่ไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากหมัดหรือไม่ ก็ลองใช้หวีที่มีซี่ถี่ ๆ หรือหวีเสนียด หวีขนแมวดู หากพบว่ามีก้อนเล็ก ๆ สีดำติดหวี หรือตกลงมาที่พื้น เมื่อเอาก้อนนี้ไปวางไว้บนกระดาษชำระที่ซับน้ำให้เปียกแล้วเกิดสีแดงเรื่อ ๆ ซึมออกมาแสดงว่าก้อนนั้นคือ "ขี้หมัด" โดยสีแดงที่ซึมออกมานั้นก็คือเลือดที่หมัดกินจากตัวเจ้าเหมียวไปนั่นเอง หากเราหวีขนแมวแล้วพบขี้หมัด ก็เป็นตัวบ่งชี้ว่ามีหมัดบนตัวแมว จึงต้องเริ่มควบคุมและกำจัดหมัดที่มีบนตัวเจ้าเหมียวได้แล้ว

           หมัด ไม่เพียงแต่จะทำให้แมวคันและทำให้เกิดการระคายเคืองเท่านั้น แต่มันยังเป็นพาหะนำโรคและพยาธิที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาสู่สัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของคุณอีกด้วย

โรคที่เกิดจากหมัด

            โลหิตจาง แมวที่มีหมัดเป็นจำนวนมากในร่างกายอาจเกิดภาวะโลหิตจางได้ เนื่องจากการสูญเสียเลือดจากการดูดกินของหมัด ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในลูกแมว สังเกตอาการได้จากสีเหงือกจะซีด ซึ่งเจ้าของควรสังเกตสีเหงือกเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพบว่ามีหมัดอยู่บนตัวลูกแมว

            พยาธิตัวตืด ลูกแมวที่พบว่ามีหมัดอยู่บนตัวควรทำการรักษาและดูแลเรื่องพยาธิควบคู่ไปด้วย

            โรค Haemobartonellosis สาเหตุการเกิดโลหิตจางในแมวอีกหนึ่งสาเหตุมาจากไมโครออร์กานิซึมที่มีหมัดเป็นพาหะ นั่นคือ H.felis ในแมว สามารถตรวจโรค Haemobartonellosis ได้จากการส่งเลือดแมวที่สงสัยว่าจะป่วยไปยังห้องปฏิบัติการ และให้การรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ในกรณีที่ป่วยหนักอาจต้องทำการถ่ายเลือดเพื่อรักษาชีวิต

วงจรชีวิตของหมัด

           จะว่าไปแล้ววงจรชีวิตของหมัดไม่ต่างอะไรกับวงจรชีวิตของผีเสื้อเลย ต่างกันอยู่ที่ผีเสื้อเป็นมิตรกับดอกไม้และสิ่งมีชีวิตรายรอบ แต่หมัดที่โตเต็มวัยนั้นเหมือนว่าจะเลือกเป็นศัตรูที่คอยทำร้ายสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตัวไปเสียหมด

           1. ไข่หมัด จะออกไข่บนตัวโฮสต์ที่มันไปอาศัยอยู่ และจะอาศัยอยู่จนครบวงจรชีวิต ส่วนไข่ฟองอื่นๆ ก็จะตกลงบนสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบๆ เช่น บนพรม ที่นอนเจ้าเหมียว หรือแม้กระทั่งที่นอนของคุณเอง

           2. ตัวอ่อน หลังจากที่ฟักออกจากไข่แล้วตัวอ่อนจะกินขี้หมัดจากตัวเต็มวัย แล้วพัฒนาตัวต่อไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์

           3. ดักแด้ เช่นเดียวกับในผีเสื้อ ดักแด้จะสร้างสิ่งห่อหุ้มตัวเอง และเตรียมพัฒนาต่อไปเป็นตัวเต็มวัย

           4. ตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยจะหากินบนตัวโฮสต์ที่ไปอาศัยอยู่มีการผสมพันธุ์ และเริ่มวงจรชีวิตใหม่อีกครั้ง

 การกำจัดหมัด

            วิธีกำจัดหมัดในขั้นแรก ในกรณีที่มีหมัดบนตัวเป็นจำนวนมาก ให้หวีขนแมวและอาบน้ำด้วย แชมพูสำหรับกำจัดหมัด เมื่อลดจำนวนหมัดบนตัวได้แล้ว ให้ใช้วิธีป้องกันด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับควบคุมหมัด

            การหวี ใช้หวีซี่ถี่ ๆ หรือหวีเสนียด หวีให้ทั่วทั้งตัวแมว เตรียมชามหรือโถที่ใส่แอลกอฮอล์หรือสารซักฟอกไว้ เมื่อหวีแล้วให้สลัดหวีใส่ในชามหรือโถที่เตรียมไว้

            การอาบน้ำ จะช่วยกำจัดเศษขี้หมัด และตัวหมัดที่ยังเหลืออยู่บนตัว โดยใช้แชมพูสำหรับกำจัดหมัด หรือน้ำยาจุ่มสำหรับกำจัดหมัด

            ผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดหมัด ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดหมัดอยู่หลายชนิด โดยการหยดหลัง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อใช้ผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง
           หากทำการควบคุมหมัดตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถควบคุมและกำจัดหมัดให้หมดไปได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งแมวและเจ้าของเอง




 ขอบคุณข้อมูลจาก   pet.kapook




โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 พยาธิหนอนหัวใจคืออะไร (Heartworm)?


            พยาธิหนอนหัวใจ เป็นพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ที่ทางเดินอาหารเหมือนพยาธิทั่วไป  แต่มีตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ที่หัวใจ  มีตัวอ่อนอยู่ในกระแสเลือด  และมียุงเป็นพาหะ

การเกิดโรค
        พยาธิตัวนี้ไม่ได้ติดโดยการกินไข่พยาธิเหมือนพยาธิในลำไส้ตัวอื่น  แต่มันเป็นพยาธิที่อยู่ใน"หัวใจ"  ดังนั้น วงจรชีวิตของมันจึงอยู่ที่ระบบไหลเวียนเลือดแทนที่จะเป็นระบบทางเดินอาหารเหมือนพยาธิทั่วไป

อาการจากโรค
        เมือสุนัขมีพยาธิหนอนหัวใจ  ตัวพยาธิจะทำให้เกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือดแดงในปอด  ทำให้หลอดเลือดอุดตัน  และรบกวนการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกาย  ทำให้หัวใจซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดต้องทำงานหนักขึ้น  กล้ามเนื้อหัวใจจึงอ่อนแอลง  เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวแบบเรื้อรัง  เมื่อเป็นนานๆ เข้า จะมีของเหลวคั่งอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น  ช่องท้อง  ปอด  และปลายขา  ทำให้เกิดอาการท้องมาน  ปอดบวม  และขาบวมตามมา  ในกรณีที่อาการรุนแรงอาจเป็นสาเหตุให้สุนัขตายได้   

อาการบ่งชี้ของโรคพยาธิหนอนหัวใจ 
  • ซึม
  • ไอแห้ง
  • หายใจหอบ
  • ท้องมาน
  • อ่อนเพลีย
  • สุขภาพทรุดโทรม


Healthy dog healthy heart by Heartgard

          โรคพยาธิหนอนหัวใจไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไปด้วยวิธีง่ายๆ สะดวก ไม่เจ็บตัว  เพียงให้ฮาร์ทการ์ดเดือนละ 1 เม็ด  ตามขนาดที่แนะนำ  ฮาร์ทการ์ด จะช่วยปกป้องสุนัขจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิตัวกลม 5 ชนิดที่สามารถติดต่อสู่คนได้

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เชื้อราในแมว ภัยร้ายแ่ก่เจ้าของ




เชื้อราในแมว...ภัยร้ายแก่เจ้าของ (Cat magazine)
Cat Care เรื่องและภาพ : โรงพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์ 4

           เคยบ้างไหมที่น้องแมวแสนน่ารักของท่านมีขนร่วงเป็นวงหย่อมๆ ตอนแรก ๆ มีตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้น แล้วก็เป็นสะเก็ดขนเริ่มร่วง มีอาการคัน หลังจากนั้นไม่นานคุณเจ้าของก็จะมีอาการคันตามลำตัว ผิวหนังเริ่มแดงและเป็นวง สัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่าแมวของท่านอาจติดเชื้อรานั่นเองค่ะ

 มันคือเชื้ออะไรกันหนอ

           เชื้อราในแมวทางการแพทย์เราจะเรียกกันว่า ringworm หรือ dermatopytosis สามารถติดได้บริเวณที่เป็น ขน ผิวหนัง เล็บ ทั้งของคน สุนัข แมว เป็นต้น โดยจะมีเชื้อหลักๆ อยู่ 3 ชนิดคือ Microsporum canis, Microsporum jypseum และ Trichophyton spp. โดยตัวที่จะติดจากแมวสู่แมวอีกตัวก็คือ สปอร์ของเชื้อรานั่นเองค่ะ

 เชื้อรามาจากไหน

           คำตอบคือเชื้อราเหล่านี้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วค่ะ โดยมากเชื้อเหล่านี้จะชอบอุณหภูมิร้อนขึ้น ซึ่งเป็นสภาพอากาศของประเทศไทย โดยสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน 2 ปี ส่วนมากจะอยู่ตามแปรงหวีขน ตะกร้า เบาะนอน หากแมวใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกันก็สามารถติดต่อถึงกันได้ค่ะ

 อาการที่บ่งบอก

           น้องแมวมีอาการคัน มีสะเก็ดร่วงเหมือนรังแคของคน ขนจะกระจุกเป็นก้อน ๆ เหนียว ๆ ขนร่วงเป็นวง ๆ ในบางตัวใบหน้าบริเวณจมูกจะมีการถลอกลอกของผิวหนังค่ะ ซึ่งอาการเหล่านี้มักแสดงออกมาในแมวเด็ก แมวแก่ หรือเป็นแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำนั่นเอง

 การวินิจฉัย

           การเพาะเชื้อบนอาหารเลี้ยงเชื้อ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-18 วัน จากนั้นก็เอาเชื้อรามาย้อมสี

           การส่องไฟ Wood’s lamp technique หากเป็นเชื้อรา บริเวณรอยโรคจะขึ้นเป็นสีสะท้อนแสงออกมาค่ะ

 การรักษา

           มีทั้งการฟอกด้วยแชมพูฆ่าเชื้อรา และการกินยา นอกจากนี้ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ภาชนะต่าง ๆ ที่น้องแมวใช้ด้วยนะคะ ซักด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมทั้งตากแดดให้แห้งค่ะ

           แต่อย่างไรก็ดีหากแมวของเรามีภูมิที่แข็งแรงโรคเหล่านี้ก็สามารถหายไปได้เองค่ะ

 ถ้าในบ้านมีแมวเป็น 1 ตัว แล้วที่เหลือควรทำอย่างไรคะ

           คำตอบคือแน่นอนแมวที่เหลือหากแมวนั้นมีการสัมผัสกัน หรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อาจติดเชื้อราแต่แอบแฝงอาการไว้ได้ อย่างน้อยเราควรรักษาแบบทั้งฝูงไปก่อนนะคะ

 ติดคนได้ไหมคะ

           สามารถติดได้ทั้งคน และสุนัขค่ะ โดยมากเมื่อเจ้าของแมวพาแมวมาหาหมอ พอหมอแจ้งว่าเป็นเชื้อราซึ่งสามารถติดคนได้ เจ้าของก็จะโชว์แขนที่มีวง ๆ ให้หมอดูว่า "หมอคะ ใช่วงแดง" คัน ๆ นี่หรือเปล่าคะหมอ?"

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Pet Variety ที่สุดของงานสัตว์เลี้ยงแห่งปี 2011



Pet Variety...ที่สุดของงานสัตว์เลี้ยงแห่งปี 2011


          งานรวมพลสัตว์เลี้ยงน้องใหม่ที่เอาใจคนรักสัตว์โดยเฉพาะ พร้อมต้อนรับพลพรรคคนรักสัตว์ด้วยสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักนานาชนิดที่ยกขบวนมาอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน ตื่นตาตื่นใจกับการประกวดและกิจกรรมสุดพิเศษที่จะโชว์ความสามารถพิเศษของสัตว์เลี้ยงชนิดต่าง ๆ ออกมาประชันกันอย่างที่คุณคาดไม่ถึง 

          นอกจากนี้ ยังเพลิดเพลินกับขบวนพาเหรดสินค้าราคาพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับที่มีสไตล์ เครื่องแต่งกายที่แสนน่ารัก รวมไปถึงสินค้าที่จะดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง จากผู้ร่วมแสดงงานกว่า 200 ราย บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์งานสัตว์เลี้ยงที่สุดแสนจะเด็ดสะระตี่!!

          พบกันวันที่ 20-23 ตุลาคม เวลา 10.00 – 20.00 น. อาคาร 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.pet.kapook.com

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมลุ้นได้ทองพร้อมได้บุญกับ Frontline

กิจกรรมลุ้นได้ทองพร้อมได้บุญกับ FRONTLINE 




ตัวอย่างสติ๊กเกอร์บนฝากล่องด้านหน้า

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ไขข้อข้องใจของนิสัยแมว




ทำไมแมวชอบร้องเหมียวๆ
         แมวจะทำเสียงนี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มรู้จักที่จะสร้างเสียงแบบนี้ ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่แมว และเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการ ให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะหลับซึ่งคล้ายๆ กับเสียงกรน ครั้งต่อไปหาคุณได้ยินเสียงนี้อีกคุณลองถามเค้าสิว่า.. เค้าต้องการอะไร
ทำไมแมวจึงรักที่จะนอน
         "แมวขี้เซา" เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ พวกเค้าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมง ต่อวัน ซึ่งเป็น ลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่าที่มักจะไม่ชอบออกล่าเหยื่อ หรือหาอาหารสักเท่าไหร่ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแมวชอบที่จะนอนมากกว่า เจ้าแมวนอนหวดเอ๋ย
ทำไมแมวจึงชอบที่จะข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
         พฤติกรรมการข่วนของแมวนั้น เกิดจากเหตุผลหลายอย่าง ประเด็นแรกนั้นการข่วนเป็นการฝนเล็บให้สวยงาม
และแมวก็มีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งพฤติกรรมนี้ยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันผู้บุกรุก แมวมักจะข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้น เราจึงควรจัดเตรียมที่ไว้ให้เป็นสัดส่วน สำหรับการฝนเล็บของแมว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่อื่น ถ้าย้ายไปละฮึ่ม....จะข่วนไม่ให้เหลือ..
ทำไมแมวจึงชอบนอนหงายแล้วกลิ้งไปมา
         หลายคนมีความคิดที่ผิดว่าการที่แมวนอนไถหลังกับพื้น เป็นการแสดงพฤติกรรมที่ต้องการกำจัดหมัดออกจากร่างกาย ในความจริงแล้ว อาการเช่นนี้แสดงออกถึงความไว้วางใจในตัวคุณ เป็นการแสดงอาการยอมรับคุณ หรือทักทายคุณ
ครั้งหน้าหาคุณพบว่าแมวทำท่าเกลือกกลิ้งต่อหน้าคุณให้คุณรู้ว่า เค้าอยากให้คุณแสดงความเป็นมิตรต่อเค้าด้วยการลูบท้อง
ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา
         แมวมีต่อมกลิ่นทั่วร่างกายเช่น ริมฝีปาก, สีข้าง, หน้าผาก, หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลีย การแสดงอาการเช่นนี้ของแมวบ่งถึงความต้องการที่จะแสดงความเป็นเจ้าของคุณ หากแมวแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณแล้ว จงภูมิใจได้ว่าเค้ารักคุณ
ทำไมแมวจึงต้องใช้ถาดทรายแมว
         เพราะแมวมักจะถ่ายบนถาดทรายเสมอ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ดี โดยเป็นสัญชาติญาณในการดำรงชีวิตในป่า
เนื่องจากในป่า แมวจะมีพฤติกรรมหลบซ่อนศัตรูที่ไม่ให้ใครพบเห็น ถือเป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมแมวจึงต้องการถาดทรายไว้หลบซ่อนของเสีย อันเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนี้
ทำไมแมวจึงชอบเลียขน
         การเลียสามารถกำจัดเศษขนที่หลุดล่วงและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวจะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิดโดยมีแม่แมวเป็นผู้จัดการสอนเลียขนให้
         "คุณควรตระหนักเสมอว่าแมวมีวิวัฒนาการธรรมชาติมาจากสัตว์ป่า ซึ่งอุปนิสัยเหล่านั้นยังคงอยู่ในร่างกาย และจิตใจของแมวจวบจนทุกวันนี้ คุณจึงควรให้ความรัก และเข้าใจแมวของคุณ ร้องเรียกเหมียว... เหมียว... เดี๋ยวก็มา"




ขอบคุณข้อมูลจาก  โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ