วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
อาหารแบบไหนที่เจ้าเหมียวต้องการ
ว่าด้วยเรื่องอาหารการกินของเจ้าเหมียว
เพราะอาหารนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างเรา ๆ อาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต แต่อใช่เพียงว่าจะกินให้อิ่ม ๆ ไปแต่ละมื้อเท่านั้น แต่อาหารที่กินเข้าไป ต้องมีสารอาหารที่ร่างกายจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย ความต้องการสารอาหารของสุนัขและแมวแตกต่างการ แมวมีความต้องการกินเนื้อมากกว่าสุนัข ดังนั้น แมวจึงมีความต้องการโปรตีนมากกว่าสุนัข
ถ้าแมวได้รับสารอาหารที่มีปริมาณโปรตีนน้อยกว่าความต้องการเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของแมวได้ เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาการของกล้ามเนื้อ และการสร้างภูมิคุ้มกัน และโปรตีนแตละชนิดจะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลาย ๆ ชนิดรวมกัน
ทั้งนี้ สามารถแบ่งกรดอะมิโนได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง เรียกว่ากรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น และกรดอะมิโนที่ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น แมวไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ เรียกว่ากรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งกรดอะมิโนชนิดนี้ แมวจะมีความต้องการมากกว่าสุนัขอยู่อย่างหนึ่งคือ ทอรีน ดังนั้น การเพิ่มทอรีนลงไปในอาหารแมวเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพราะหากแมวขาดทอรีน จะทำให้เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ จอประสาทตา และระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งยังอาจทำให้ลูกแมวมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติอีกด้วย
สารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่แมวมีความต้องการมากกว่าสุนัข คือ กรดอะราชิดนิก กรดไขมันชนิดนี้ แมวไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ซึ่งมันมีความสำคัญต่อการควบคุมการสร้างผิวหนัง การแข็งตัวของเลือด ระบบสืบพันธุ์ และการย่อยอาหาร
นอกจากนี้ แมวไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสารเบต้า-แคโรทีน อันเป็นแหล่งของวิตามินเอ เหมือนกับสุนัขและคน ดังนั้น รูปแบบวิตามินเอที่ร่างการยแมวสามารถใช้ประโยชน์ได้จึงต่างจากสุนัข แม้ว่าการขาดวิตามินเอจะพบไม่บ่อย แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากถ้าแมวขาดวิตามินเอ อาจทำให้เกิดตาบอดในเวลากลางคืน และทำให้ขนแห้งหยาบอีกด้วย
อีกอย่างแมวเป็นสัตว์ที่กินน้ำน้อยมาก และมักจะปฏิเสธน้ำที่สกปรก จากพฤติกรรมดังกล่าว เป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดการก่อตัวของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของแมว อาหารแมวจึงถูกกำหนดให้มีแร่ธาตุที่เหมาะสม และสมดุล มีความจำเป็นจำเพาะมากกว่าสุนัข เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแร่ธาต
สำหรับอาหารที่เหมาะและดีกับแมวทางเลือกหนึ่งก็คือ อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ด อาหารกระป๋อง เพราะว่ามีสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของแมว
ในอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ด ยังสามารถที่จะเสริมอาหารที่มีประโยชน์ต่อแมวให้มากขึ้นได้ เช่น วิตามิน C ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง สารสกัดจากกระเทียม ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ทำให้หัวใจทำงานเป็นปกติ สารสกัดจากปลาทะเล ประกอบไปด้วย DHA โอเมก้า 3 และเรซิทิน ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท นอกจากนี้ อาหารสำเร็จรูปในปัจจุบันหลายยี่ห้อยังมีการผลิตอาหารสูตรป้องกัน Hairball หรือก้อนขนที่เจ้าเหมียวเลียกลืนเข้าไป ได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.fwdder.com/topic/320233
ที่สุดของสุนัขที่ติดอันดับในเรื่องต่างๆ
ที่สุดของสุนัขที่ติดอันอับในเรื่องต่างๆ
คุณรู้หรือไม่? กับเรื่องราวที่สุดของสุนัขที่ติดอันดับในเรื่องต่าง ๆ (Dogazine)
วันนี้จะพาคุณ ๆ ไปท่องโลก ค้นหาเรื่องราวที่สุดของสุนัขในหลากหลายเรื่องราวที่เรียกว่า "ที่สุด"
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์จิ๋วอย่าง ชิวาวา นั่นเอง บางคนถึงกับส่ายหัวไม่เชื่อกันเลยทีเดียวว่า สุนัขตัวเล็กอย่างชิวาว่า จะได้รับการโหวต ติดโผอันดับ 8 กับเขาด้วย เหตุผลเพราะแม้ว่าเจ้าชิวาว่าจะตัวเล็ก แต่เสียงเห่าของมันช่างไม่ธรรมดา จึงเป็นเหมือนอาวุธชิ้นสำคัญที่คอยเตือนภัยให้เจ้าของได้
คุณรู้หรือไม่? กับเรื่องราวที่สุดของสุนัขที่ติดอันดับในเรื่องต่าง ๆ (Dogazine)
วันนี้จะพาคุณ ๆ ไปท่องโลก ค้นหาเรื่องราวที่สุดของสุนัขในหลากหลายเรื่องราวที่เรียกว่า "ที่สุด"
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์จิ๋วอย่าง ชิวาวา นั่นเอง บางคนถึงกับส่ายหัวไม่เชื่อกันเลยทีเดียวว่า สุนัขตัวเล็กอย่างชิวาว่า จะได้รับการโหวต ติดโผอันดับ 8 กับเขาด้วย เหตุผลเพราะแม้ว่าเจ้าชิวาว่าจะตัวเล็ก แต่เสียงเห่าของมันช่างไม่ธรรมดา จึงเป็นเหมือนอาวุธชิ้นสำคัญที่คอยเตือนภัยให้เจ้าของได้

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความอดทน เข้มแข็ง มีความสามารถในการดมกลิ่นที่ดีเยี่ยม แถมยังเอาใจเก่งอีกด้วย นอกจากนี้ยังฉลาดหลักแหลม กระตือรือร้น และเป็นสุนัขเฝ้าเวรยามได้ดีอีกต่างหาก ก็เพราะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ จึงถูกโหวตให้เป็นสุนัขที่คนนิยมเลี้ยงมากเป็นอันดับหนึ่ง

อิงลิช เกรย์ฮาวนด์
เฉลย : สุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ (Greyhound) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอิงลิช เกรย์ฮาวนด์ (English Greyhound) แม้สุนัขพันธุ์นี้จะไม่เป็นที่นิยมมากในประเทศก็ตาม แต่คุณทราบไหมว่า เกรย์ฮาวนด์ สามารถวิ่งได้ด้วย ความเร็วเฉลี่ยถึง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 45 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว สุนัขพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ และเป็นสุนัขที่มีประวัติเก่าแก่มากพันธุ์หนึ่ง ทั้งนี้ เกรย์ฮาวนด์ ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกเพื่อการไล่กวดกระต่ายป่าในประเทศอังกฤษสมัยก่อนนั่นเอง

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ซึ่งได้ทำลายสถิติสุนัขแพงที่สุดในโลก โดยเศรษฐีนีที่มีนามว่า นางหวัง ได้นำขบวนรถกว่า 30 คันไปรับเจ้าสุนัข ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ที่มีชื่อว่า Yangtze Rever Number Two อย่างใหญ่โตถึงเมือง Shaanxi เพื่อเป็นการต้อนรับสู่บ้านใหม่ ด้วยราคาที่ซื้อมา 4 ล้านหยวน หรือราว ๆ 20 ล้านบาทเท่านั้นเอง
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความอดทน เข้มแข็ง มีความสามารถในการดมกลิ่นที่ดีเยี่ยม แถมยังเอาใจเก่งอีกด้วย นอกจากนี้ยังฉลาดหลักแหลม กระตือรือร้น และเป็นสุนัขเฝ้าเวรยามได้ดีอีกต่างหาก ก็เพราะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ จึงถูกโหวตให้เป็นสุนัขที่คนนิยมเลี้ยงมากเป็นอันดับหนึ่ง

อิงลิช เกรย์ฮาวนด์
เฉลย : สุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ (Greyhound) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอิงลิช เกรย์ฮาวนด์ (English Greyhound) แม้สุนัขพันธุ์นี้จะไม่เป็นที่นิยมมากในประเทศก็ตาม แต่คุณทราบไหมว่า เกรย์ฮาวนด์ สามารถวิ่งได้ด้วย ความเร็วเฉลี่ยถึง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 45 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว สุนัขพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ และเป็นสุนัขที่มีประวัติเก่าแก่มากพันธุ์หนึ่ง ทั้งนี้ เกรย์ฮาวนด์ ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกเพื่อการไล่กวดกระต่ายป่าในประเทศอังกฤษสมัยก่อนนั่นเอง

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์
เฉลย : สุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ซึ่งได้ทำลายสถิติสุนัขแพงที่สุดในโลก โดยเศรษฐีนีที่มีนามว่า นางหวัง ได้นำขบวนรถกว่า 30 คันไปรับเจ้าสุนัข ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ที่มีชื่อว่า Yangtze Rever Number Two อย่างใหญ่โตถึงเมือง Shaanxi เพื่อเป็นการต้อนรับสู่บ้านใหม่ ด้วยราคาที่ซื้อมา 4 ล้านหยวน หรือราว ๆ 20 ล้านบาทเท่านั้นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiblogonline.com/bhakbhinya.blog?PostID=19402
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เคล็ดไม่ลับในการอาบน้ำสุนัข
ควรอาบน้ำสุนัขบ่อยแค่ไหน
โดยปกติแล้ว ควรอาบน้ำสุนัขทุก 1-2 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากการอาบน้ำด้วยแชมพูสุนัขจะมีผลในการชะไขมันที่ร่างกายสุนัขสร้างขึ้นมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน การอาบน้ำบ่อยเกินไปมีผลทำให้ผิวและเส้นขนแห้ง ขาดความเงางาม และอาจทำให้สุนัขมีอาการคันได้ ถ้าจำเป็นต้องอาบน้ำบ่อย ๆ ควรเลือกแชมพูที่เป็นแบบ soap-free เพราะสารทำความสะอาดในตัวสบู่จะเป็นตัวกำจัดไขมันออกไป ทำให้ผิวหนังแห้งได้
ในกรณีที่สุนัขมีปัญหาสะเก็ดรังแคและผิวมันเยิ้ม อาจอาบน้ำได้บ่อยขึ้น เป็นทุก ๆ 3-4 วัน ในช่วงแรกร่วมกับการใช้แชมพูยาเพื่อลดรังแคและความมัน เมื่อผิวมันลดลงแล้วก็ปรับมาอาบน้ำทุก 1-2 สัปดาห์แทน
แชมพูแบบใดจึงจะเหมาะกับผิวของสุนัข
- หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูสระผมของคนมาอาบน้ำให้สุนัข เนื่องจากค่าความเป็นกรดด่างของผิวหนังคนกับสุนัขมีค่าไม่เท่ากัน การใช้แชมพูคนในช่วงแรก เจ้าของอาจไม่รู้สึกว่าผิวหนังสุนัขมีปัญหา แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะทำให้ผิวหนังสุนัขขาดความสมดุล และโครงสร้างผิวหนังเสียหาย ก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้
- การเลือกแชมพูสำหรับสุนัขโดยทั่วไป โดยเฉพาะในลูกสุนัขหรอสุนัขที่ผิวบอบบาง มีโอกาสแพ้ง่ายอย่างในสุนัขพันธุ์ปั๊ก ให้เลือกสูตรอ่อนโยนที่มีโอกาสก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อย (โดยมากมักเขียนที่ข้างขวดว่า Hypoallergenic) และเป็นแชมพูที่ผสมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์สูงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่ผสมยากำจัดเห็บหมัดในลูกสุนัขและสุนัขที่สุขภาพอ่อนแอ เนื่องจากมีโอกาสเกิดความเป็นพิษได้ ส่วนสุนัขที่มีปัญหากลิ่นตัวจากโรคผิวหนังนั้นให้เลือกแชมพูสูตรที่ลดการแพ้ร่วมกับการใช้แชมพูยาทีสัตวแพทย์เลือกให้
วิธีการอาบน้ำสุนัข
- เริ่มจากการใช้น้ำเปล่าราดตัวให้เปียกก่อน เจอจางแชมพูกับน้ำสะอาดเล็กน้อยก่อนราดลงบนตัวสัตว์ ไม่ควรเอาแชมพูสุนัขเข้มข้นราดหลังสุนัขโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้
- ไม่ควรใช้เล็บเกาผิวหนังสุนัขแรง ๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสุนัขได้ ควรใช้วิธีนวดคลึงผิวหนังสุนัขแทนหรืออาจใช้แปรงอาบน้ำที่ที่จากยางนวดเบา ๆ ก็ได้
- น้ำที่ใช้อาบสุนัขนั้นควรใช้น้ำอุ่นยกเว้นสุนัขที่มีปัญหาภูมิแพ้ควรอาบด้วยน้ำเย็นแทน เพราะถ้าอาบน้ำอุ่นจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น สุนัขก็จะคันมากขึ้นด้วย
- หลังจากฟอกด้วยแชมพูแล้ว ควรล้างน้ำออกโดยใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาที เพื่อลดโอกาสที่จะระคายเคืองจากการล้างแชมพูออกไม่หมดและให้ผิวได้รับน้ำเพียงพอ
- เมื่ออาบน้ำเสร็จ ควรเช็ดตัว หรือเป่าให้แห้งทุกครั้ง ไม่ควรเป่าไดร์ด้วยลมร้อนเกินไป โดยเฉพาะสุนัขที่มีปัญหาผิวหนังควรใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดให้แห้งหรือใช้ลมเย็นเป่าเท่านั้น
- ในกรณีที่มีปัญหาโรคผิวหนังโดยมากจะแนะนำให้ใช้แชมพูที่สุนัขเคยใช้เป็นประจำที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อาบก่อน เพื่อล้างคราบสกปรกและฝุ่นที่ติดตามขนออกก่อนแล้วล้างออก จากนั้นจึงใช้แชมพูยาที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยฟอกทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้แชมพูยาออกฤทธิ์ก่อน หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยง และเช็ดตัวเป่าขนให้แห้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก www.dogthailang.net
ฝักเจ้าเหมียวให้ขับถ่ายเป็นที่ ทำอย่างไรดี
เชื่อว่าหลายๆ บ้านคงจะเจอปัญหานี้ เมื่อเวลาที่มีสมาชิกเจ้าเหมียวตัวน้อยเพิ่มขึ้นมา ปัญหาที่ว่าก็คือ เจ้าแมวน้อยไม่ยอมถ่ายในที่ๆ เตรียมไว้ให้ เรามีทางออกดีๆ มาแนะนำค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามารู้กันก่อนดีกว่าว่าธรรมชาติการขับถ่ายของเจ้าเหมียวเป็นอย่างไร
ตามธรรมชาติแล้วเมื่อลูกแมวอายุ 2-3 อาทิตย์ ก็จะเริ่มมีกระบวนการขับถ่ายครั้งแรก ซึ่งผู้ที่จะคอยดูแลและสอนวิธีทำความสะอาดให้กับเจ้าตัวเล็กเหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือ เจ้าเหมียวตัวแม่นั่นเอง หลังจากที่ลูกๆ กินนมอิ่มแล้ว แม่แมวจะเลียบริเวณปากทวารหนัก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เจ้าเหมียวน้อยขับถ่ายออกมา
ในช่วงนี้นี่เองที่เราควรจะต้องเตรียมถาดทรายตื้นๆ ไว้ให้เจ้าตัวน้อย แต่ถ้าหากเจ้าตัวน้อยเกิดกลั้นไม่อยู่ ทำเอาพื้นห้องเปรอะเปื้อน อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย แล้วลงโทษด้วยความรุนแรง แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ ทำความสะอาดให้หมดกลิ่น ไม่เช่นนั้นเจ้าตัวน้อยจะย้อนกลับมาถ่ายที่เดิม เพราะว่าจำกลิ่นของตัวเองได้นั่นเอง
หรือบ้านไหนเลี้ยงแมวไว้ในกรง ถ้าเจ้าเหมียวจะบอกกับคุณว่าเขาต้องการขับถ่าย อาการคุ้ยพื้น ตะกุยกรง ก็คือการร้องขอออกไปขับถ่าย แต่ถ้าหากคุณไม่ใส่ใจและไม่ปล่อยเขาออกมา เจ้าเหมียวก็จะอั้นของเสียเอาไว้ แล้วผลที่จะตามมาในภายภาคหน้าก็คือ อาการท้องผูกทำให้กระเพาะปัสสาวะยืด และเป็นอันตรายต่อเจ้าเหมียวมากๆ
ปัญหาสำคัญอีกอย่างก็คือ เจ้าเหมียวไม่ยอมขับถ่ายในถาดที่เคยใช้อยู่ประจำ และวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือเปลี่ยนทรายในถาดใหม่ ขยายกระบะให้ใหญ่ขึ้น หรือคุณอาจจะสอนให้เจ้าเหมียวออกไปขับถ่ายนอกบ้าน แต่ต้องเตรียมทางเข้าออกให้ง่าย โดยใช้บานประตูเปิด-ปิดสำหรับแมวโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะต้องใช้ความอดทนในช่วงแรกๆ เพราะเจ้าเหมียวอาจจะกลัวการถูกบานประตูหนีบขณะผ่านเข้า-ออก ซึ่งคุณก็สามารถช่วยเจ้าเหมียวได้ด้วยการช่วยจับบานประตูให้เจ้าเหมียวเข้าออกได้สะดวกก่อน และพยายามให้เจ้าเหมียวคุ้นชินกับเส้นทางนี้ แล้วค่อยๆ ลดความช่วยเหลือลง จนในที่สุดเจ้าเหมียวก็จะคุ้นเคยและสามารถใช้อุ้งเท้าผลักบานประตูเปิดออกเองได้
เห็นไหมคะ ง่ายๆ แค่นี้เอง และต่อไปนี้คุณก็ไม่ต้องมีเรื่องกังวลใจเกี่ยวกับการขับถ่ายของเจ้าเหมียวน้อยอีกแล้วล่ะค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก women.sanook.com/pets/
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ท่านอนบอกนิสัยน้องหมา

เคยสังเกตบ้างไหมคะ ว่าน้องหมาของคุณขี้เซาขนาดไหน เพราะเวลาเกินกว่าครึ่งชีวิตของสุนัข หมดไปกับการงีบหลับเป็นส่วนใหญ่ มีบ้างที่บางรายชอบวิ่งเล่น ซุกซน แต่ก็จะเป็นเฉพาะในกลุ่มลูกสุนัขเท่านั้น พอก้าวสู่วัย 4 ขวบไปแล้ว เจ้าตัวน้อยก็ขยับย้ายตัวช้าลง ไม่ต่างจากคนเราที่เวลาอายุเยอะขึ้น จะทำอะไรสักอย่างก็ไม่แคล่วคล่องว่องไวเท่าตอนวัยรุ่นหนุ่มสาว
เมื่อการงีบสำคัญกับเจ้าตูบขนาดนี้ เรามาวิเคราะห์พฤติกรรมกันดีกว่าว่า ลีลาท่านอนของสุนัขบ่งบอกอะไรเราได้บ้าง...ลองแอบดูท่างีบประจำตัวของน้องหมาแล้วมาดูสิว่า น้องหมาของคุณมีคาแรกเตอร์แบบไหน
นอนหงาย

นอนตะแคง

ท่าประจำตัวโดยธรรมชาติของสุนัข มักจะถนัดนอนท่านี้กันมากที่สุด และเจ้าของก็มักจะคุ้นเคยที่สุดด้วย คำทำนายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่านอนอันเหมาะเจาะนี้ แสดงว่าสุนัขของคุณเป็นน้องหมามุ่งมั่น มีสมาธิสูง ในขณะเดียวกันก็หัวอ่อน บางครั้งดูจะเชื่องช้า และเซื่อง ๆ ไปบ้าง แต่ก็มักจะเป็นที่รักใคร่ของเจ้าของ เพราะความขี้อ้อน สุภาพอ่อนหวาน ซึ่งเป็นเสน่ห์มัดใจ ที่สำคัญดูจะเป็นท่าที่เหมาะสม และถูกหลักเกณฑ์ด้านสุขภาพมากที่สุด เพราะกระดูกและกล้ามเนื้อจะวางตัวอย่งเป็นระเบียบ ไม่หดเกร็งหรือถูกทับนาน ๆ เหมือนท่าอื่น
นอนแผ่คว่ำหน้า

นอนขด
นอนขดที่่ว่านี้คือ ท่านอนที่เก็บแขน เก็บขา ในลักษณะขดเป็นวงกลม ให้นึกถึงเวลานอนในอากาศหนาว ๆ หากเจ้าตูบของคุณมีท่านอนนี้เป็นท่าประจำกาย ขอบอกว่าคุณมีแม่พลอยประจำบ้านแล้ว เพราะท่านอนแบบนี้หากไม่ได้หนาวสั่น นั่นแสดงว่าเจ้าตูบของคุณเป็นพวกสงบเสงี่ยม เรียบร้อย ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และมีโลกส่วนตัวสูง ออกไปทางขี้เซานิด ๆ แต่ก็น่ารัก ติดเจ้าของ เป็นผู้ติดตามที่ดี ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรักในความขี้ประจบของน้องหนูเขาล่ะ
นอนตะแคงเอาเท้าปิดหน้า
หากเจ้าตัวน้อยของคุณชอบนอนท่านี้ ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะถือว่าบ้านคุณมี ร.ป.ภ คนเก่ง ที่คอยระวังภัยให้อยู่ตลอด ว่ากันว่าเจ้าตูบที่นอนท่านี้เป็นน้องหมาขี้ระแวง เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลเมื่อไหร่ เป็นต้องส่งสัญญาณให้เจ้าของรู้ทันที อีกทั้งยังถือตัวนิด ๆ ไม่สนิทสนมกับใครง่าย ๆ แต่ถ้าลองได้ไว้ใจใครแล้ว รับรองว่าเป็นเพื่อนแท้สุด ๆ อีกทั้งยังมีเสน่ห์ในเรื่องของท่วงท่าที่สง่างาม น่าเกรงขาม แม้จะตัวจิ๋ว แต่เรื่องใจมาเต็มร้อยเลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก www.pet.kapook.com
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เมื่อแมวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
แม้เจ้าเหมียวขนปุยนุ่มน่ากอดที่บ้านของเราจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์รักสะอาด แต่ก็ใช่ว่าจะเจ้าเหมียวจะปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์
แมว สามารถมีกลิ่นจากตัวของมันได้ไม่ต่างจากน้องหมา แต่อาจจะน้อยกว่า ซึ่งถ้าเจ้าเหมียวมีกลิ่นตัวที่แรงเกินไปก็อาจเป็นความผิดปกติก็ได้ เราจึงควรสังเกตุว่ากลิ่นเหม็นนั้นมาจากสาเหตุใด
"กลิ่น" อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น "กลิ่นปาก" ที่อาจจะมาจากฟันผุหรือโรคเหงือก "กลิ่นหู" ไรหูที่อาศัยปะปนอยู่กับขี้หูก็เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ "กลิ่นเหยื่อ" บางครั้งที่แมววิ่งไล่จับหนู กลิ่นของหนูก็อาจจะติดตัวมา "กลิ่นน้ำลาย" คราบโปรตีนจากน้ำลายเจ้าเหมียวที่ถูกขับออกมาขณะเลียขน เมื่อแห้งก็จะเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นได้เช่นกัน
และเพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ เจ้าของควรหมั่นตรวจตราสิ่งต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นได้ โดยแก้ไขตามเหตุที่พบ จากคำแนะนำของ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ดังนี้
- หากพบว่าแมวมีกลิ่นปาก ต้องหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากเจ้าเหมียว หากทำได้ควรแปรงฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบหินปูนในช่องปาก
- หากพบว่ากลิ่นมาจากหู ให้เช็ดทำความสะอาดใบหูและในรูหูของแมว ควรเช็ดเพื่อขจัดขี้หูตลอดเวลา หากพบว่ามีไรอยู่ ให้พาไปพบสัตว์แพทย์เพื่อทำการกำจัดไรหูให้ถูกวิธี
- หากพบว่ากลิ่นตัวเจ้าเหมียวแรงจัด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดตัวแมวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดคราบน้ำลาย รวมถึงแปรงขนเป็นประจำ
ขอบคุณข้อมูลจาก www.pet.kapook.com
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เมื่อน้องหมาขนร่วง
อาการขนร่วงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีวิธีรักษาที่ต่างกันไป สาเหตุที่น้องหมาขนร่วงมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ
1. ช่วงผลัดขน เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วขนของน้องหมาก็จะขึ้นเองเป็นปกติ หากต้องการให้ขนที่ขึ้นใหม่ของน้องหมาแข็งแรงมีสุขภาพดี ก็สามารถให้ยาบำรุงขนควบคู่ไปด้วยได้
2. ภาวะเครียด ตกใจ หรือป่วย หากน้องหมามีอาการเจ็บป่วยไม่สบาย หรือมีอาการเครียด อาจทำให้ขนร่วงได้เช่นกัน และเมื่อหายจากการเจ็บป่วย หายจากอาการเครียดแล้ว ขนก็จะขึ้นมาสวยงามเหมือนเดิม
3. ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลเช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ฮอร์โมนคอร์ดิซอลสูงเกินไป ขาดฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ฮอร์โมนเพศไม่สมดุล เป็นต้น การรักษาทำได้โดยเสริมฮอร์โมนที่ขาด หรือใช้ยาควบคุมระดับฮอร์โมนที่สูงเกินค่าปกติ แต่ต้องทำการรักษาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการรักษาได้ สุนัขหลายตัวที่ขนร่วงเพราะฮอร์โมนเพศไม่สมดุลสามารถรักษาอาการขนร่วงได้โดยการทำหมัน อย่างไรก็ตามอาจพบได้ว่าหลังจากทำหมันแล้ว สุนัขปกติบางตัวจะมีอาการขนร่วงอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะขนจะขึ้นได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการรักษาใด ๆ หรือแค่กินยาบำรุงขนก็พอ
4. อาการแพ้ เช่น เช่น แพ้อาหาร แพ้น้ำลายเห็บหมัดแพ้ชมพู แพ้สิ่งที่สัมผัส เป็นต้น ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นการแพ้อาหารก็ต้องทำการทดสอบการแพ้อาหารก่อน อาหารกลุ่มใดมีแนวโน้มว่าจะเป็นต้นเหตุของอาการแพ้ก็ต้องหลีกเลี่ยงหรืออาจเปลี่ยนไปกินอาหารสำเร็จรูปที่ใช้ในการรักษาโดยเฉพาะเลยก็ได้ ในรายที่แพ้น้ำลายเห็บหมัดสามารถรักษาได้โดยการให้กินยาแก้แพ้ร่วมกับการควบคุมปริมาณเห็บหมัดบนร่างกาย หรือถ้าแพ้ชมพูก็ต้องเปลี่ยนชมพู ไม่ควรฆ่าเชื้อแรง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ของคน ในการอาบน้ำสุนัข เพราะความเป็นกรดด่างบนผิวหนังของคนและสุนัขมีความต่างกัน
5. การติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือขี้เรื้อน เมื่อกำจัดเชื้อเหล่านี้ไปหมด ขนก็จะหยุดหลุดร่วงและกลับมาขึ้นใหม่เหมือนเดิม
6. ความผิดปกติทางพันธุกรรม สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มีปัญหาขนล่วงชนิดหนึ่งที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเพศผู้ เริ่มพบอาการได้ตั้งแต่อายุ ๑ – ๕ ปี โดยมีขนสีเข้มขึ้น หรือมีลักษณะหยาบเหมือนขนลูกสุนัข ขนจะเริ่มร่วงบริเวณลำตัว สะโพกและหาง (ขนที่หัวและขาหน้าไม่ค่อยร่วง) เมื่อขนเหล่านี้ร่วงไปก็จะไม่ขึ้นมาอีก ผิวหนังกลายเป็นสีดำ อาการเหล่านี้ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต บางรายไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ บางรายตอบสนองต่อการทำหมัน บางรายกินยาบำรุงแล้วหาย หรือบางรายหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทั้งนี้ต้องวินิจฉัยแยกจากความผิดปกติอื่น ๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะภาวะโฮร์โมนไทรอยด์ต่ำด้วย
7. ภาวะขาดสารอาหารทำให้สภาพผิวหนังและขนไม่แข็งแรง ขนหลุดร่วงได้ง่าย จึงควรให้อาหารที่มีสารอาหารเหมาะสม เช่น ถ้าเจ้าของสุนัขให้อาหารสุนัขที่ปรุงเอง ก็ควรสลับเปลี่ยนหมุนเวียนเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เสริมผัก หรือโปรตีนจากไข่ลงไปในอาหารบ้าง ไม่ควรให้กินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียวตลอด ซึ่งอาหารที่เหมาะสมกับน้องหมา ควรจะเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วย กรดไขมันจำเป็น(EFA) กรดอะมิโน โปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินที่ครบถ้วน เพียงพอค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)





